25 ชนิด นกใกล้ตัวที่ต้องเจอ

เชื่อเสมอว่าการดูนก ต้องเริ่มจากนกใกล้ตัวของเราก่อน นกที่เราเห็นอยู่แทบทุกวัน จำให้ได้ แล้วค่อย “ยาย” ขยับออกไปเรื่อยๆ

วันนี้มารู้จักกับนกที่เราสามารถเจอได้บ่อยๆ นกที่ค่อนข้างคุ้นตากันก่อน เชื่อว่า ถ้าสังเกตเรื่อยๆ ต้องเคยเห็นเกือบทุกชนิดแน่นอน

ทั้ง 25 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น (Resident bird) : นกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งตลอดทั้งปี ไม่มีการอพยพย้ายถิ่นไปยังที่อื่นเป็นระยะทางไกลๆ และส่วนใหญ่พบได้ในพื้นที่อาศัย เขตชุมชน  

—-

นกพิราบป่า : Rock Pigeon (Feral Pigeon)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Columba livia

นกที่เจอได้ทั้งในเมือง ตามอาคารบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม มีการกระจายทั่วโลก มีชุดขนที่หลากหลาย… หลายบ้าน หลายหน่วยงาน มีปัญหากับเจ้านี่แน่นอน

นกเขาใหญ่, นกเขาหลวง (Spotted Dove)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Spilopelia chinensis

นกเขาที่พบบ่อยๆ มี 3 ชนิด ๆ ที่มีขนาดใหญ่สุด คือ นกเขาใหญ่ ลักษณะ หัวเทา คอและลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลแกมม่วง คอด้านหลังมีแถบดำและมีจุดสีขาวกระจายเห็นชัด ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลมีลายขีดสีดำ หน้าอกและท้องตอนบนสีน้ำตาลอมแดง ใต้หางสีขาว ขาและนิ้วเท้าสีแดง
มักพบเดินจิกกินเมล็ดพืชตามพื้นเป็นฝูงเล็กๆ และชอบเกาะตามต้นไม้หรือสายไฟริมถนน

นกเขาไฟ (Red Collared Dove)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Streptopelia tranquebarica

ตัวผู้ หัวเทา ท้ายทอยด้านล่างมีแถบดำคาด ลำตัวสีน้ำตาลแกมม่วง ปีกและหลังสีเข้มกว่าท้อง บนปีกบินเทาดำ ตะโพกเทา ใต้หางเทา ขนหางคู่นอกๆ ขาวประมาณครึ่งหนึ่ง ตัวเมีย สีน้ำตาล
มักพบเกาะเป็นฝูงตามสายไฟหรือต้นไม้ริมถนน และลงมาเดินจิกกินเมล็ดพืชตามพื้นดิน

นกเขาชวา (Zebra Dove)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Geopelia striata

ลำตัวสีน้ำตาลแกมเทา มีลายขวางสีดำที่คอ หลัง ปีก และด้านข้างลำตัว กลางอกและท้องสีน้ำตาลแกมเทาหรือชมพู แข้งและตีนแดง ตัวผู้ หน้าสีเทาแกมฟ้า ข้างคอเทา ตัวเมีย หน้าสีน้ำตาลมากกว่า มีลายตั้งแต่อกถึงท้อง
มักพบเดินจิกกินเมล็ดพืชบนพื้นเป็นคู่หรือฝูงเล็กๆ

นกเอี้ยงหงอน (Great Myna/White-vented Myna)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acridotheres grandis

ปากเหลือง ขนลำตัวดำ ตาน้ำตาลเข้มเกือบดำ หน้าผากมีหงอนยาวตั้งเด่นชัด ปีกมีแถบขาวเป็นวงใหญ่เห็นชัดเจนขณะบิน ก้นขาว แข้งและตีนเหลือง นกวัยอ่อน หงอนสั้น ขนลำตัวแกมน้ำตาล
ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงและส่งเสียงดังเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเกาะนอนรวมกันตอนเย็น เสียงร้องห้าวดังต่อกันและร้องเสียงแหลมต่อกันด้วย นอกจากนี้ยังปรับตัวเข้ามาอาศัยในเมืองได้ดี และมักพบหากินอยู่ตามฝูงวัวควาย

นกเอี้ยงสาริกา (Common Myna)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acridotheres tristis

หัวและอกดำแกมน้ำตาล ปากและหนังรอบตาเหลือง ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม กลางท้องและก้นขาว ขณะบินเห็นขนปีกดำใต้ปีกขาว ปีกบนมีแถบขาวเป็นวงใหญ่ แข้งและตีนเหลือง นกวัยอ่อน หัวและอกน้ำตาล บางตัวหัวอาจไม่มีขน เห็นแต่หนังเปลือยสีเหลือง
เป็นนกเอี้ยงที่สามารถปรับตัวเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองได้ดี พบเดินและกระโดดหากินตามริมถนน กินอาหารได้หลายอย่าง รวมทั้งเศษอาหารของคนชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงและส่งเสียงดัง ร้องเสียงห้าวและเสียงแหลมสลับกัน

นกกางเขนบ้าน (Oriental Magpie Robin)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Copsychus saularis

ตัวผู้  หัว อก และลำตัวด้านบนดำเป็นมันเล็กน้อย  ปีกมีแถบขาว ขอบหางคู่นอกๆ ขาว ลำตัวด้านล่างขาว ตัวเมีย  คล้ายตัวผู้ แต่หัวและอกเทาเข้ม ลำตัวด้านบนไม่เหลือบเป็นมัน เสียงร้อง แหลมสูง หวาน สามารถร้องเป็นท่วงทำนอง
เป็นนกที่ปรับตัวเข้ามาอาศัยร่วมกับคนได้ดี มักพบกระโดดคุ้ยเขี่ยแมลงตามพื้น และกระดกหางไปด้วยเสมอ ช่วงเช้าและเย็นชอบเกาะเด่นอยู่บนเสาโทรทัศน์หรือหลังคาบ้าน ส่งเสียงร้องเพื่อประกาศอาณาเขต และร้องเป็นท่วงทำนองได้หลายแบบ

ตัวผู้

ตัวเมีย

นกอีแพรดแถบอกดำ (Malaysian Pied Fantail)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhipidura javanica

ลำตัวด้านบนดำ หลังแกมน้ำตาล คิ้วสั้นและบางสีขาว คอและลำตัวด้านล่างขาว มีแถบกว้างสีดำพาดอก หางดำปลายขาว เสียงร้อง “ชิ่ว-วี้ด ชิ่ว-วี้ด ชิ่ว-วี้ด” แหลมไส มักพบตามลำพังหรือเป็นคู่กระโดดหากินไปตามต้นไม้ ไม่ค่อยอยู่นิ่ง พร้อมทั้งขยับปีกและแพนหางเสมอ และชอบบินไล่กันด้วย เป็นนกอีแพรดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะตามสวนหย่อมรอบบ้านและชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

อีกา (Eastern Jungle Crow)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Corvus levaillantii

ปากตรงหนาสีดำ หัวโต คอสั้น ขนลำตัวสีดำมัน แข้งและนิ้วสีดำ เสียงร้อง กา-กา เสียงดังกังวาน
ปรับตัวเข้ากับชุมชนได้ดี มักพบลงหากินเศษอาหารตามพื้นดิน

นกกระปูดใหญ่ (Greater Coucal)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centropus sinensis

หัว คอ ลำตัวด้านล่าง และหางดำเหลือบม่วง หลังและปีกสีน้ำตาลแดง นกวัยอ่อน หลังและปีกมีลายขวางสีเข้ม หัวและลำตัวมีจุดขาว เสียงร้อง “ปูด-ปูด” ดัง ช่วงเช้าหรือหลังฝนตกชอบเกาะตากแดดเหนือพุ่มไม้หรือยอดไม้เตี๊ยๆ ปกติจะซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้รกๆ ขณะลงไปเดินหากินตามพื้นดิน เวลาเดินจะยกหางขนาดกับพื้น

ตัวเต็มวัย

นกวัยเด็ก

นกกาเหว่า (Asian Koel)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eudynamys scolopaceus

ปากหนาสีออกเขียว หางยาว ตัวผู้ ขนลำตัวดำเหลือบเขียว ตาแดงเข้ม ตัวเมีย ขนลำตัวน้ำตาลถึงน้ำตาลดำมีลายจุดและลายขวางสีขาวและสีน้ำตาลอ่อน เสียงร้องตัวผู้ “กา-เว้า-กา-เว้า” เสียงร้องตัวเมีย “กิ๊ก-กิ๊ก-กิ๊ก” รัวเร็วๆ มักหากินตามลำพังหรือเป็นคู่บนกิ่งไม้ที่มีใบหนาทึบ ชอบกินผลไม้เป็นอาหาร และส่งเสียงดังออกมาจากที่เกาะเสมอ มักพบขณะบินจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง โดยบินกระพือปีกเร็วๆ พุ่งไปตรงๆ ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้จะส่งเสียงร้องถี่ในตอนเช้าตรู่

ตัวผู้

ตัวเมีย

นกปรอดสวน (Streak-eared Bulbul)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus conradi

ขนคลุมหูมีลายขีดสีขาวแกมเทาชัดเจน ตาสีเทา ขนลำตัวสีน้ำตาล คอสีจาง ก้นน้ำตาลอ่อนแกมเหลือง นกวัยอ่อน ลำตัวด้านบนสีจางกว่า ปากสีจาง ลายขีดที่ขนคลุมหูไม่ชัด ตาสีน้ำตาล เสียงร้อง “วิด-วิด-วิด-วิด” ห้าวๆ พบบ่อยที่สุดตามแหล่งชุมชน ชอบอาศัยอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ หากินและบินไล่กันไปตามพุ่มไม้และต้นไม้เตี้ยๆ ไม่ค่อยตื่นกลัว

นกปรอดหัวสีเขม่า (Sooty-headed Bulbul)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus aurigaster

หัวด้านบนดำมีหงอนสั้นเป็นสัน แก้มและคอเทาแกมขาว ลำตัวด้านบนน้ำตาลแกมเทา ตะโพกขาว หางดำลายขาว ลำตัวด้านล่างเทา มีภาวะสีขนสองแบบคือ ก้นแดงหรือเหลือง บางตัวอาจเป็นสีส้ม เสียงร้อง “วิ-วี่-วี่วี่” มักพบหากินเป็นฝูงบริเวณที่ค่อนข้างแห้งแล้ง กระโดดจิกกินอาหารตามพุ่มไม้หรือต้นไม้โปร่งๆ
ใน ม.ขอนแก่น พบบ่อยๆ ในพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์

นกปรอดหน้านวล (Yellow-vented Bulbul)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus goiavier

หัวมีหงอนสั้นๆ หน้าผากถึงท้ายทอยดำ คิ้วกว้างสีขาว แถบตาดำ หน้าและคอขาว ลำตัวด้านบนน้ำตาลแกมเทา อกและท้องน้ำตาลอ่อนมีลายขีดจางๆ ก้นเหลือง นกวัยอ่อน ปากสีจาง หน้าผากและกระหม่อมสีน้ำตาล เสียงร้อง “ชริค ชวิด” แหลมใส มักพบเป็นคู่หรือฝูงเล็กๆ ชอบหากินอยู่ตามต้นไม้ในบริเวณพุ่มไม้ที่ต่ำกว่านกปรอดชนิดอื่นเกาะอยู่

นกกระจอกใหญ่ (House Sparrow)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passer domesticus

ตัวผู้ หน้าผากและกระหม่อมเทา หลังตาถึงท้ายทอยน้ำตาลแดง แก้มขาว คอและอกดำ หลังน้ำตาลแดงมีลายขีดดำและเทา ตะโพกเทาแกมน้ำตาล ลำตัวด้านล่างเทาแกมขาว ตัวเมีย ปากสีเนื้อ    หัวและลำตัวน้ำตาลแกมเทา มีคิ้วสีจางกว่า ปีกและหลังน้ำตาลแกมเหลืองอ่อน คล้ายตัวเมียของนกกระจอกตาล แต่หลังมีลายขีดสีน้ำตาลจางๆ  เสียงร้อง “ชี-รัฟ ชี-รัฟ” มักพบอยู่รวมกันเป็นฝูง ชอบกระโดดจิกกินเมล็ดพืชที่ร่วงหล่นตามพื้นดิน

ตัวผู้

ตัวเมีย

นกกระจอกบ้าน (Eurasian Tree Sparrow)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passer montanus

ทั้งตัวผู้และตัวเมีย สีสันคล้ายกัน ปากอ้วนสั้นเป็นรูปกรวย หัวค่อนข้างใหญ่ คอสั้น ปีกสั้น ปลายปีกมน หางค่อนข้างสั้น หน้าผาก กระหม่อนจนถึงท้ายทอยสีน้ำตาลเข้ม หน้าและข้างคอสีขาว ข้างหูมีแถบสีดำขนาดใหญ่ คอหอยสีดำ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลมีลายขีดสีดำและขาว ลำตัวด้านล่างสีเนื้อเทา ขาสีชมพู เสียงร้อง “ชิบ-ชิบ-ชิบ” เป็นนกที่สามารถปรับตัวเข้ากับคนได้ดี จึงพบอาศัยอยู่ตามชุมชน ชอบอยู่เป็นฝูงตามบ้านเรือน และลงมาหากินตามพื้นดิน กินได้ทั้งเมล็ดพืชและแมลง รวมทั้งเศษอาหาร

นกกระจิบธรรมดา (Common Tailorbird)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orthotomus sutorius

หน้าผากและกระหม่อมสีน้ำตาลแดง คิ้วและหน้าขาวแกมเทา ลำตัวด้านบนเขียวคล้ำ ลำตัวด้านล่างขาว บางครั้งใต้คอเห็นเป็นสีดำโดยเฉพาะขณะร้อง คล้ายนกกระจิบคอดำ แต่ก้นขาวตลอดไม่มีสีเหลืองแซม ตัวผู้ชุดขนผสมพันธุ์  หางคู่กลางยาวมากและปลายแหลม เสียงร้อง “จิ๊บ-จิ๊บ-จิ๊บ” พบได้บ่อยตามสวนหย่อมรอบบ้าน ชอบกระโดดจิกหนอนและแมลงตามพุ่มไม้ ไม่ค่อยอยู่นิ่ง และร้องเสียงดังไปด้วย พร้อมทั้งกระดกหางอยู่เสมอ

นกตีทอง (Coppersmith Barbet)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psilopogon haemacephalus

หน้าผากแดง ใบหน้าสีดำ มีแถบเหลืองด้านบนและด้านล่างของตา คอเหลือง คอด้านล่างมีแถบแดง อกตอนบนสีเหลือง อกตอนล่างและท้องสีขาวแกมเหลือง มีลายขีดสีเขียวตั้งแต่อกถึงก้น นกวัยอ่อน หน้าผากไม่แดง เสียงร้อง “ต๊ง-ต๊ง” พบตามลำพังหรือเป็นคู่เกาะเด่นตามยอดไม้ ส่งเสียงร้องติดต่อกัน ดังคล้ายเสียงช่างตีเครื่องทอง

นกกระติ๊ดขี้หมู (Scaly-breasted Munia )
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lonchura punctulata

ปากดำ หัว อก และลำตัวด้านบนน้ำตาลเข้ม ลำตัวด้านล่างขาวแกมเทา มีลายเกล็ดสีน้ำตาล กลางท้องและก้นขาว หางน้ำตาลแกมเหลือง นกวัยอ่อน ลำตัวสีน้ำตาลอ่อนกว่า ไม่มีลายเกล็ดที่อก ปากล่างสีจางกว่าปากบน เสียงร้อง “คิด-อี้อี้อี้อี้” มักพบหากินเป็นฝูงตามที่โล่งๆ บินตามกันไปเป็นกลุ่ม และหากินตามพงหญ้าและนาข้าว คอยเก็บกินเมล็ดพืชที่ร่วงอยู่ตามพื้น และเกาะกินดอกหญ้าตามยอดหญ้า

นกวัยอ่อน

นกกระติ๊ดตะโพกขาว (White-rumped Munia)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lonchura striata

ปากเทา ตะโพกและท้องขาว ตัดกับหัว ลำตัวด้านบนน้ำตาลเข้ม หน้าและปีกน้ำตาลดำ  มีลายขีดสีจางที่หลังและอก ปลายขนหางเป็นติ่งแหลมกว่าชนิดอื่น เสียงร้อง “พริท-พริท-พริท” แหลมเล็ก มักพบรวมอยู่เป็นฝูงตามทุ่งหญ้า และที่โล่งๆ บินตามกันไปเป็นกลุ่ม และหากินตามพงหญ้า และนาข้าว คอยเก็บกินเมล็ดพืชที่ร่วงอยู่ตามพื้น และเกาะกินตามยอดหญ้า

นกกินปลีอกเหลือง (Ornate Sunbird)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cinnyris ornatus

ตัวผู้  ลำตัวด้านบนน้ำตาลแกมเขียว หน้าผาก คอถึงอกน้ำเงินเข้มเหลือบเป็นมัน ตอนล่างมีแถบน้ำตาลแดง ลำตัวด้านล่างเหลืองสด ขอบหางคู่นอกและใต้หางขาว ตัวผู้ผลัดขน คิ้วเหลือง มีสีน้ำเงินเข้มเฉพาะกลางคอถึงกลางอก ตัวเมีย ลำตัวด้านบนเขียวคล้ำแกมเหลือง คิ้วเหลือง ลำตัวด้านล่างเหลือง ขอบหางคู่นอกและใต้หางขาว เสียงร้อง “ชิบ-ชิบ” มักพบเป็นคู่ กระโดดหากินไปตามต้นไม้ตั้งแต่เรือนยอดจนถึงพุ่มล่าง ยื่นปากเข้าไปดูดน้ำหวานจากดอกไม้ รวมทั้งแมลงหรือตัวหนอนที่เกาะอยู่ตามดอกไม้ เป็นนกกินปลีที่พบในเมืองได้บ่อยที่สุด

ตัวเมีย

นกกินปลีคอสีน้ำตาล (Brown-throated Sunbird )
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthreptes malacensis

ตัวผู้ หัวถึงหลังตอนบนเขียวเข้มเหลือบเป็นมัน ข้างแก้มและคอน้ำตาล กลางคอจางกว่าส่วนอื่น แถบหนวดและไหล่ม่วงเหลือบเป็นมัน โคนปีกน้ำตาลแดง ตะโพกน้ำเงินแกมม่วงเหลือบเป็นมัน หางเขียวคล้ำ ลำตัวด้านล่างเหลืองเข้ม มักพบตามลำพังหรือเป็นคู่ กระโดดหากินตามต้นไม้ที่มีดอกบาน โดยยื่นปากเข้าไปดูดน้ำหวานจากดอกไม้ รวมทั้งแมลงหรือตัวหนอนที่เกาะอยู่ตามดอกไม้

ตัวเมีย ขนาดใหญ่กว่านกกินปลีอกเหลือง ลำตัวด้านบนเหลืองแกมเขียว ลำตัวด้านล่างเหลืองเข้ม เหนือตาและใต้ตามีเส้นสีเหลืองอ่อนคล้ายวงตาแต่ไม่ต่อเนื่องกัน ม่านตาสีแดง

นกกินปลีดำม่วง (Purple Sunbird)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cinnyris asiaticus

ตัวผู้ หัว อก และลำตัวด้านบนม่วงแกมน้ำเงินเข้มเหลือบเป็นมัน อกตอนล่างมีแถบน้ำตาลแดงเข้ม ลำตัวด้านล่างเข้มกว่าหลัง ปีกและหางดำ ในที่แสงน้อยมักเห็นเป็นนกสีดำ ตัวผู้ผลัดขน คล้ายนกกินปลีอกเหลืองตัวผู้ช่วงผลัดขนมาก แต่ปีกสีเข้มกว่า มักมีสีน้ำเงินเข้มเป็นมันที่หัวปีก

ตัวเมีย คล้ายนกกินปลีอกเหลืองตัวเมียมาก แต่สีอ่อนกว่าลำตัวด้านล่างขาวมากกว่า แต้มขาวที่ปลายหางแคบกว่า

นกสีชมพูสวน (Scarlet-backed Flowerpecker)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dicaeum cruentatum

ตัวผู้ ข้างหัว อกตอนบน หลังและหางดำ หน้าผากถึงตะโพกเป็นแถบยาวสีแดงสด คอ กลางอก และลำตัวด้านล่างขาว สีข้างเทาแกมดำ

ตัวเมีย หัวและลำตัวด้านบนน้ำตาลปีกและหางดำ ตะโพกและขนคลุมหางแดงสด ลำตัวด้านล่างขาวแกมเทา

นกกะรางหัวขวาน (Common Hoopoe)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Upupa epops

ปากเรียวยาวโค้ง ลำตัวสีส้มแกมน้ำตาล หัวมีหงอนยาวปลายสีดำ กางออกในแนวตั้งคล้ายพัด ปีก หลัง และหางสีดำสลับลายสีขาว ท้องด้านล่างและขนคลุมใต้หางสีขาว เสียงร้อง “ฮู้ฟ-ฮู้ฟ-ฮู้ฟ” พบอยู่ลำพังหรือเป็นคู่ เดินหากินบนพื้นดิน ใช้ปากจิกหาเหยื่อไปตามบริเวณชื้นๆ หรือมูลสัตว์ ขณะเดินหากินหงอนจะพับลง เวลาตกใจและบินจะยกหงอนขึ้น

ลองเช็คดูนะคะ ทั้ง 25 ชนิด อาจจะเห็นอยู่เป็นประจำ ^__^

Author: ยายตุ่ม