อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ อยู่ตอนเหนือสุดของกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว สภาพพื้นที่เป็นป่าสนภูเขาสลับป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า กระจายอยู่ทั่วไปในเขตอุทยาน ซึ่งมีพื้นที่ 966 ตร.กม. มีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว คือ การดูนกทำได้ง่าย และมีโอกาสเห็นนกได้อย่างชัดเจน การเข้าถึงพื้นที่ค่อนข้างสะดวก มีร้านอาหาร ที่พัก ที่กางเต็นท์ให้บริการ
การดูนกสามารถเดินดูนกในบริเวณโดยรอบที่ทำการอุทยานได้ จะพบนกชนิดต่างๆ ที่เป็นนกเด่นของพื้นที่ นกที่พบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีทั้งสิ้นประมาณ 338 ชนิด (ข้อมูลจาก eBird) มากกว่า 60 วงศ์ (Family)
โพสต์นี้จะพามารู้จักกับนกที่มีโอกาสเจอ เมื่อไปเดินดูนกในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (ซึ่งนี่เป็นเพียงบางส่วน) ขอไล่เป็นวงศ์ไปนะคะ
นกกลุ่มแรกที่น่าจะได้เจอแน่ๆ คือนกใน วงศ์อีกาและนกกะลิงเขียด (Corvidae) นกในวงศ์นี้มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ ปากใหญ่แข็งแรง ขาและเล็บแข็งแรง หางยาว รูจมูกมีขนปกคลุม ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ร้องเสียงดัง นกที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ นกขุนแผน นกปีกลายสก๊อต นกสาลิกาเขียว นกกะลิงเขียด นกกะลิงเขียดสีเทา และอีกา
นกขุนแผน เจอได้ไม่ยาก นกปีกลายสก๊อต ต้องแหงนหน่อย ส่วนนกสาลิกาเขียว ต้องใช้ดวงนิดนึ่ง

ถัดมาเป็นนกใน วงศ์นกขี้เถ้าและนกพญาไฟ (Campephagidae) เป็นนกขนาดเล็กถึงปานกลาง ส่วนใหญ่อยู่เป็นฝูง ปากไม่ยาวมาก ปลายงุ้ม รูจมูกมีขนปกคลุม ขาสั้น ตีนบอบบาง ปีกยาวแหลม หางยาว กลุ่มนกพญาไฟมีสีสดใส ส่วนใหญ่ตัวผู้สีแดง ตัวเมียสีเหลือง นกที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกพญาไฟใหญ่ นกพญาไฟสีเทา นกพญาไฟตะโพกสีน้ำตาล นกพญาไฟเล็ก นกพญาไฟสีกุหลาบ นกขี้เถ้าใหญ่ นกเฉี่ยวบุ้งใหญ่

นกเขียวก้านตอง (Chloropseidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง ตัวสีเขียว ปากสั้นปานกลางและโค้งลง ขาสั้น ปีกสั้นมนกลม ตัวผู้มักมีใต้คอสีดำ กินลูกไม้และน้ำหวานดอกไม้ รวมทั้งแมลงต่างๆ ได้แก่ นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง (เจอแน่ๆ ) นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า (เจอแน่ๆ เช่นกัน) นกเขียวก้านตองท้องสีส้ม (แล้วแต่ดวง จริงๆ นะ)

นกกินแมลงและนกกะราง (Leiothrichidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง รูปร่างหลากหลาย หากินทั้งบนพื้นดินและบนต้นไม้ อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นฝูง ปากเรียวโค้งลง บางชนิดมีขาแข็งแรง นิ้วตีนอวบหนา ปีกสั้นกลม ขนลำตัวอ่อนนุ่ม มักออกสีน้ำตาล หลบซ่อนตัวเก่ง นกที่ต้องเจอ คือ นกกะรางหัวหงอก ซึ่งมักจะมาเป็นฝูง ส่งเสียงร้องเสียงดัง ส่วนใหญ่ในฝูงจะมี นกกะรางสร้อยคอเล็ก ปนมาด้วย

นกคอพันและนกหัวขวาน (Picidae) นกขนาดเล็กถึงใหญ่ ปากแหลมตรงใช้เจาะต้นไม้หาหนอนหรือแมลง หางมีแกนขนแข็งใช้พยุงตัวในแนวตั้งขณะเกาะ นิ้วตีนยื่นไปข้างหน้าสองนิ้วและข้างหลังหนึ่งหรือสองนิ้ว บินเป็นลอนคลื่น ทำรังในโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเอง
น้ำหนาวนับว่าเป็นแหล่งดูนกหัวขวานที่ง่ายมาก มีรายงานการพบถึง 17 ชนิด ชนิดที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกหัวขวานเขียวหัวดำ นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกหัวขวานเล็กหงอนเหลือง นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง นกหัวขวานสีตาล นกหัวขวานด่างแคระ ส่วนนกหัวขวานใหญ่สีดำ นกหัวขวานใหญ่สีเทา นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ พบได้ไม่ง่ายนัก


นกโพระดก (Megalaimidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง หัวโต คอสั้น มีแต้มสีสดใสบนหัวและคอ ปากสั้นหนา กินลูกไม้ต่างๆ ทำรังในโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเอง แต่ละชนิดมีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ นกที่พบบ่อย ได้แก่ นกตั้งล้อ นกโพระดกคอสีฟ้า นกโพระดกหน้าผากดำ นกตีทอง

นกไต่ไม้ (Sittidae) นกขนาดเล็ก ลำตัวป้อมเล็ก ปากยาวแหลมแข็งแรง ขาสั้นหนา ตีนแข็งแรงและมีเล็บยาวโค้ง ไต่ไปมาตามลำต้นและกิ่งไม้ได้คล่องแคล่วเพื่อหาอาหาร นกที่เจอเป็นประจำ ได้แก่ นกไต่ไม้ท้องสีส้ม และนกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่

นกปรอด (Pycnonotidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง ปากเรียวแหลมและโค้งลงเล็กน้อย มีขนหนวด หัวมีหงอนในบางชนิด มักมีตาสีเด่นชัด ท้ายทอยมีขนเป็นเส้นๆ คล้ายเส้นผม มีรายงานพบ 12 ชนิด ๆ ที่พบบ่อย ได้แก่ นกปรอดเหลืองหัวจุก นกปรอดหัวตาขาว นกปรอดหัวสีเขม่า นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ นกปรอดคอลาย นกปรอดทอง ถ้าโชคดีจะได้เจอนกปรอดดำ นกปรอดแถบปีกเหลือง

นกแซงแซว (Dicruridae) สีดำหรือเทา อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ หางยาวหลายรูปแบบ มักมีหงอนสั้น ปากยาวหนาและงุ้มตรงปลาย ขนหนวดเด่นชัด รูจมูกมีขนปกคลุม นกที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกแซงแซวสีเทา นกแซงแซวเล็กเหลือบ นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่

นกเขียวคราม (Irenidae) นกขนาดปานกลางค่อนข้างใหญ่ สีออกฟ้าครามเป็นประกายสลับสีดำ ปากหนาปลายแหลม หางตัด กินลูกไม้และแมลงบนยอดไม้

นกขุนแผน (Trogonidae) หัวโต หางยาวและกว้าง ตัวผู้มีลายปีกสีขาว ตัวเมียสีน้ำตาล ปากกว้างแบน ตีนเล็กไม่แข็งแรง มักเกาะนิ่งเป็นเวลานานๆ ในระดับกลางเรือนยอด พบ 2 ชนิด ได้แก่ นกขุนแผนหัวแดง และนกขุนแผนอกสีส้ม

นกขมิ้น (Oriolidae) นกขนาดปานกลาง ปากแข็งแรงและแหลม สีลำตัวสดใสเป็นสีเหลืองสด แดงคล้ำ หรือขาว ปีกแหลม หางยาวปานกลาง ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย นกที่พบได้เป็นประจำ ได้แก่ นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกขมิ้นหัวดำใหญ่ (ในภาพเป็นนกยังไม่เต็มวัย)

นกจับแมลงและนกเขน (Muscicapidae) นกขนาดเล็ก หัวและตาค่อนข้างโต ปากแบน กว้างและงุ้มตรงปลาย มีขนหนวดชัดเจน ขาสั้น ตีนเล็ก และบอบบาง บินโฉบไปมาได้คล่องแคล่ว มีรายงาน 30 ชนิด นกที่พบประจำ ได้แก่ นกกาเขนบ้าน นกกางเขนดง นกจับแมลงสีน้ำตาล นกจับแมลงสีฟ้า นกเขนน้อยไซบีเรีย นกกางเขนน้ำหัวขาวเหนือ นกเอี้ยงถ้ำ นกจับแมลงคอแดง นกกระเบื้องผา นกกระเบื้องคอขาว
นกกางเขนดง : White-rumped Shama

นกกางเขนน้ำหัวขาวเหนือ : Northern White-crowned Forktail

นกกินปลีและนกปลีกล้วย (Nectariniidae) นกขนาดเล็ก ตัวผู้มักมีสีขนเป็นประกายสดใสอยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ปากยาวเรียวมากและโค้งลง ลิ้นเป็นหลอดปลายแฉก ใช้สำหรับดูดน้ำหวานดอกไม้ นกที่พบบ่อย ได้แก่ นกกินปลีอกเหลือง นกกินปลีหางยาวคอดำ นกกินปลีแก้มสีทับทิม นกกินปลีดำม่วง ส่วนนกกินปลีท้ายทอยน้ำเงิน พบไม่บ่อย

นกกาฝาก (Dicaeidae) นกขนาดเล็ก ตัวอ้วนป้อม คอสั้น เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วตลอดเวลา ปากสั้นหนาจนถึงยาวเรียวโค้งลง ลิ้นเป็นหลอดใช้ดูดน้ำหวานดอกไม้ มักพบหากินตามพุ่มกาฝาก นกที่พบ ได้แก่ นกกาฝากสีเรียบ นกสีชมพูสวน นกกาฝากก้นเหลือง นกกาฝากอกเพลิง

นอกจากนี้ ยังสามารถเจอนกเล็กนกน้อยได้อีกหลายชนิด
อ้างอิง คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย

